Facade Lighting งานตกแต่งเปลือกอาคารด้วยแสงไฟ

facade lighting

เราจะเห็นว่าตึกอาคารจะมีองค์ประกอบด้านหน้า เช่น หน้าต่าง กระจก ระเบียง ชายคา หรือสิ่งตกแต่งปลีกย่อยอื่นๆ องค์ประกอบเหล่านี้เรียกว่า Facade หรือในงานสถาปัตยกรรมจะเรียกว่า “เปลือกอาคาร” ที่นอกเหนือจากมีประโยชน์ในการปกป้องอาคารจากสภาวะแวดล้อมภายนอก ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานทางด้านสถาปัตยกรรมที่สำคัญของนักออกแบบ

นวัตกรรมแสงสว่าง LED
สำหรับบ้านพักอาศัยหรือคอนโดมิเนียม การตกแต่งของ facade จะค่อนข้างเรียบง่ายเพื่อความสะดวกในการใช้งานและการดูแลรักษา แต่ในอาคารพาณิชย์ เช่น ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า โรงแรม สนามกีฬา อาคารสูง รวมไปถึงแลนด์มาร์คต่างๆ ที่ต้องการเน้นงานสถาปัตยกรรมที่ดึงดูดความสนใจ หรือสำหรับทำกิจกรรม เช่น ลานหน้าศูนย์การค้า การออกแบบของ facade จึงมีรายละเอียดลูกเล่นที่หลากหลายและซับซ้อนมากกว่า ซึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างมิติและความโดดเด่นคงไม่พ้นการออกแบบแสงไฟภายนอกอาคาร (Lighting Design for Exterior) เพื่อช่วยเพิ่มเสน่ห์และความสวยงามให้แก่อาคารในยามค่ำคืน
การใช้ไฟ LED เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีของการตกแต่งอาคารที่เพิ่มสีสัน สร้างอัตลักษณ์ ช่วยให้อาคารมองเห็นได้จากระยะไกล อาคารที่มีสถาปัตยกรรมการออกแบบภายนอกและตกแต่งด้วยแสงไฟที่สวยงามย่อมเป็นที่จดจำและพูดถึงในวงกว้าง ถือเป็นอีกกลยุทธ์ในการส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ และส่งเสริมการขาย

คุณสมบัติของหลอดไฟ LED

  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: หลอดไฟ LED แตกต่างจากหลอดไฟนีออนตรงที่ไม่มีแสง UV และไม่มีสารปรอท จึงไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ประหยัดพลังงาน: ประหยัดไฟมากกว่าหลอดไฟแบบปกติเนื่องจากมีการปล่อยความร้อนน้อยลงและใช้พลังงานน้อยกว่าเมื่อเทียบกับระดับแสงสว่างที่เท่ากัน
  • ทนทาน: วัสดุมีคุณภาพ ทนทาน ไม่แตกง่ายเหมือนหลอดไฟทั่วไป รวมถึงทนต่อการสั่นสะเทือนและสภาพอากาศต่างๆ
  • ถนอมสายตา: ให้แสงสว่างคงที่ สีคมชัดและไม่มีอาการไฟกระพริบ

การออกแบบแสงไฟ
การออกแบบแสงไฟมีหลายรูปแบบ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ไฟประดับทั่วทั้งอาคาร ขึ้นอยู่กับคอนเซ็ป สไตล์ของอาคารนั้นๆ เช่น

  • แบบ Direct View – ที่มักใช้ในรูปแบบของจอโฆษณา LED ขนาดใหญ่ (Media Facade) นิยมติดตั้งกับเปลือกอาคารที่เป็นพื้นผิวกระจกและมีความมันวาว
  • การส่องเน้นเฉพาะจุด (Accent Lighting) – โดยการใช้แสงไฟส่องเน้นไปยังจุดใดจุดหนึ่งหรือบริเวณที่สำคัญ ที่จะสามารถดึงดูดความสนใจได้มากที่สุด
  • แสงสว่างแบบเอฟเฟค (Effect Lighting) – การใช้โคมไฟติดตั้งด้านบนหรือด้านล่างของเปลือกอาคารเพื่อส่องแสงขึ้นหรือลงและสร้างรูปแบบของแสงที่กำแพง สร้างบรรยากาศที่น่าสนใจแต่ไม่ส่องเน้นวัตถุใดเป็นพิเศษ
  • แสงสว่างทางสถาปัตยกรรม (Architectural Lighting) – การใช้แสงสว่างที่สัมพันธ์กับงานทางด้านสถาปัตยกรรมหรือโครงสร้างของอาคาร เช่น การใช้หลืบร่องของผนังเป็นแหล่งกำเนิดแสง การใช้แสงจากมุมบังตา เพื่อเพิ่มมิติที่น่าดึงดูดให้กับอาคาร

ข้อคำนึงในการออกแบบ

  • ส่วนสูง ความกว้างและองค์ประกอบของอาคาร – วัสดุ การสะท้อนแสง และสีของเปลือกอาคารมีผลต่อการเลือกรูปแบบของโคมไฟ จำนวนที่ต้องใช้ และองศาที่เลือกเป็นจุดส่องแสงเพื่อให้เข้ากับภาพลักษณ์ของอาคาร
  • ตำแหน่งแสงไฟ – ต้องเป็นมุมที่ไม่ถูกบดบังด้วยต้นไม้หรืออาคารข้างเคียง ผู้คนที่เดินสัญจรไปมาหรือผู้ขับขี่บนท้องถนนสามารถมองเห็นได้ชัดเจนทั้งจากระยะใกล้และไกล และแม้ว่าตำแหน่งติดตั้งควรอยู่ในจุดที่พรางสายตาแต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสามารถเข้าถึงได้เพื่อสะดวกต่อการบำรุงรักษา
  • แสงไฟและภูมิทัศน์ – แสงไฟที่ส่องสะท้อนและภูมิทัศน์รอบด้านเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการออกแบบและตำแหน่งการติดตั้ง ควรเลือกตำแหน่งบนเปลือกอาคารที่ไม่มีแสงส่องถึง เช่น บริเวณด้านบนที่ไกลจากแสงไฟจากถนน
  • ไม่ทำร้ายสายตา – ในขณะที่แสงไฟควรสร้างความสวยงามและมองเห็นได้ชัดเจน แต่ต้องระมัดระวังการเลือกใช้วัสดุที่ไม่เป็นแสงจ้าและส่องสว่างจนสร้างผลกระทบต่อดวงตาผู้คน

บี.กริม เทรดดิ้ง เรามีผู้เชี่ยวชาญยินดีให้คำแนะนำในการออกแบบและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ Facade Lighting ที่ได้มาตรฐาน มีระบบความปลอดภัยสูง และเหมาะสมกับสถาปัตยกรรมทุกรูปแบบ สามารถติดต่อเราได้ ที่นี่

สอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
https://bgrimmtechnologies.com/contact-us/
อีเมล: [email protected]
เบอร์โทรศัพท์ : +66 (0) 2710 3232
Line : https://lin.ee/ItAW7DS @bgrimmtrading

เรื่องล่าสุด